แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มีสาระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มีสาระ แสดงบทความทั้งหมด

วันนี้คุณเตรียมตัวตายหรือยัง โดยนพ.วิวัฒน์ วิริยกิจจา

วันนี้คุณเตรียมตัวตายหรือยัง โดยนพ.วิวัฒน์ วิริยกิจจา
ผมไปงานศพของนายตำรวจยศพันตำรวจเอกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นสามีของญาติผม เขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ขับรถเก๋งประสานงากับรถปิ๊กอัพ ทำให้คนขับเสียชีวิตทั้งคู่
ผมเชื่อว่านายตำรวจท่านนี้คงเป็นห่วงลูกเล็กๆ สองคนภรรยาสาวสวย และการงานที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายพล
ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับญาติสาว ภรรยาของผู้เสียชีวิต จึงมอบความรู้เพื่อให้เธอก้าวข้ามห้วงแห่งความทุกข์ เพราะเป็นผู้หญิงคนเดียวแต่ต้องเลี้ยงลูกเล็กๆ สองคนในภาวะสังคมแบบนี้ ต้องยอมรับว่าลำบากมาก ผมให้แนวทางแก้ปัญหาว่า

๑. เข้าใจกฎของธรรมชาติ ทุกคนต้องตาย พรุ่งนี้เราอาจจะไม่มีชีวิตอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่เว้นกระทั่งปัญหาและความทุกข์ กาลเวลาจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

๒. อยู่กับปัจจุบันขณะ ถามตัวเองว่า วันนี้ควรทำอะไร แล้วลงมือทำ อย่านึกถึงพรุ่งนี้ เพราะจะยิ่งให้เราเป็นทุกข์.....อ่านต่อ
.

"ไม่อยากให้ไฟไหม้บ้าน..ต้องอ่าน"

ไม่อยากไฟไหม้บ้านต้องอ่าน!!!!!

ผมเป็นคนชอบไฟฉายมากๆ และตามท้องตลาดเดี๋ยวนี้ก็มีไฟฉายที่ผลิตมาจากจีนมากมาย โดยเฉพาะชนิดที่ชาร์ทแบตเตอรี่กับไฟบ้านได้นั่นแหละผมชอบซื้อมาใช้จริงๆ ราคาก็ประมาณกระบอกละ 100-150 บาท .....อ่านต่อ...

IMG_5847

ไขมันในเลือดสูง High Cholesterol

ไขมันในเลือดสูง

ปัจจัยเสี่ยงข้อต่อไป คือ ภาวะไขมันคลอเลสเตอรอลในเลือดสูงรวมทั้ง HDL ในเลือดต่ำ

อะไรคือ คลอเลสเตอรอล ? อะไรคือ HDL ? อะไรคือไขมันอิ่มตัว ไม่อิ่มตัว ทุกวันนี้ไม่รู้ไม่ทราบก็จะไม่ทันสมัยถ้าจะไม่ได้แล้ว เพราะมีความเกี่ยวข้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างใกล้ชิด

คลอเลสเตอรอล เป็นชื่อเรียกสารประกอบไขมันชนิดหนึ่งซึ่งสังเคราะห์จากตับของสิ่งมีชีวิต (มนุษย์ หรือสัตว์เท่านั้น) คงไม่ผิดถ้าน้ำมันพืชชนิดหนึ่งจะโฆษณาว่า ไม่มีคลอเลสเตอรอล เพราะในพืชไม่มีคลอเลสเตอรอล นั่นเอง .....อ่านต่อ...

หมาขี้เรื้อน.. เปลี่ยนใจคน

.....ทำไมถึงทำให้คน ใจร้าย เปลี่ยนแปลงตัวเอง.....เพราะอะไร??

เรื่องมีอยู่ว่า พี่ชิตแกเป็นคนชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อย แต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา แกกินแหลกครับ แม่แกบอกมันบาปนะลูก (ไม่สนโว้ย)

เมื่อ ราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป ครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งครับมันมักวิ่งไปหาของกินแถวๆบ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆแต่ กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก "xxxกินไม่ลงว่ะ"

แกทำอย่างเดียวคือไล่ฆ่า แต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ) มันไปหาของกินทีบางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้

คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไป พอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆไป แกเดือดทันทีครับวิ่งตามไป
คราวนี้ทันครับเพราะหมาขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก

แกทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที ......อ่านต่...

รหัส ATM ที่ควรรู้ไว้ เมื่อถูกโจรบังคับให้กดเงิน



** สละเวลาอันมีค่าของคุณ อ่านข้อความข้างล่างด้วย **


รหัส ATM ที่คุณควรจะรู้ไว้ เวลาที่ถูกโจรบังคับให้กดเงินให้มัน!


> >> ถ้าคุณถูกบังคับ ข่มขู่เงินจากโจรผู้ร้าย ให้กดเงินให้คุณผ่าน ATM
> >> ให้คุณกด รหัส กลับกัน เช่น รหัสของคุณคือ 1234 แต่ให้คุณกด 4321 แทน

> >> เครื่องจะออกเงินมาให้คุณตามจำนวนที่คุณเบิก โจรจะไม่ทราบ
> >> แต่ตำรวจจะทราบแล้วจะเข้าช่วยเหลือคุณ


> >> ข้อมูลนี้ถูกเผยแพร่ผ่านรายการโทรทัศน์
> >> และถูกยืนยันว่าวิธีการนี้ถูกใช้น้อยมาก เพราะว่าคนไม่รู้มีวิธีการอย่างนี้


ถ้าคุณคิดว่า ข้อความนี้มีประโยชน์ เราอยากให้คุณส่งต่อไปให้กับคนที่คุณรู้จักด้วยนะ

24/7/2553

ผมได้โทรไปสอบถามที่ K Contact Center ของกสิกรไทย แล้วครับ ว่าเป็นความจริงหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตอบว่า ทางธนาคารไม่มีข้อตกลงนี้กับทางตำรวจ

ซึ่งถ้าามาวิเคราะห์ดูดีๆ มันเป็นการยากนะครับ เพราะว่า รหัสของผู้ใช้บริการนั้นคงมีหลากหลายมากครับ

โรคกรรม........ส่งต่อแล้วได้บุญ(ที่ใจ)


โรคกรรม


ไปเยี่ยมเยียน หมอน้องชายเล่าเรื่องแปลกของคนไข้รายหนึ่งให้ฟัง


ซึ่งน่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้คนละบาปได้ดีจึงขอเล่าสู่กันฟังต่อ
…….

การสนทนาตอนหนึ่งหมอน้องชายเล่าให้ฟังว่า

ตั้งแต่เป็นหมอมาไม่เคยเห็นผู้ป่วยรายใดต้องผ่าตัดทุลักทุเลซ้ำซากอย่างนี้เลย

สามปีต้องผ่าตัดห้าครั้งและหนักหนายิ่งขึ้นทุกครั้ง

ผู้ป่วยรายนี้ชื่อบุญมาครั้งแรกที่เข้าโรงพยาบาลก็เพื่อมาทำแผลที่นิ้วก้อยที่ถูกตะพาบน้ำกัด

หมอให้ทายากินยาแก้ปวดแก้อักเสบแล้วกลับบ้านดูแล้วไม่น่า จะมีปัญหาอีก

ครึ่งเดือนต่อมาบุญมากลับมาใหม่แผลเก่าอักเสบรุนแรงบวมใหญ่

หมอตรวจพบว่าเชื้อโรคกินเข้ากระดูก จะต้องตัดนิ้วเพื่อไม่ให้เน่าลุกลาม

ซึ่งนิ้วเท้านั้นอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้


หลังจากนั้นครึ่งปีบุญมาไปเที่ยวชายทะเลเขาถูกตะพาบน้ำกัดที่นิ้วเท้าอีก

อะไรจะเจาะจงได้ถึงอย่างนั้นนิ้วเท้าของบุญมาที่ถูกตะพาบน้ำกัดครั้งที่สองอักเสบบวมใหญ่

ภายในเวลาสองวัน เมื่อมาฉายเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลก็ได้พบอีกว่า

เชื้อโรคกินเข้าไปถึงกระดูกหมดจึงต้องตัดนิ้วเท้าของเขาไปอีกหนึ่งนิ้ว

เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปีบุญมากลับมาที่โรงพยาบาลอีก


ครั้งนี้แผลเก่าทั้งสองแห่งเกิดอักเสบบวมใหญ่ขึ้นพร้อมกัน

พอเอกซเรย์ก็พบว่าแย่แล้ว
! เชื้อโรคแพร่เข้าไปกินกระดูกอย่างรุนแรง

เชื้อโรคนั้นกำลังกลายเป็นมะเร็ง จะต้องผ่าตัดฝ่ามือฝ่าเท้าออกให้หมดก่อนที่จะลุกลามขึ้นไปอีก

บุญมาต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลถึงยี่สิบกว่าวันด้วยสภาพของผู้ป่วยด้วน

วันหนึ่งลูกชายของญาติอุปสมบทบุญมาไปช่วยงาน คืนนั้นผู้ร่วมงานบวชนอนค้างที่วัดกันสี่ห้าสิบคน

เคราะห์หามยามร้ายของบุญมายังไม่จบสิ้นหนูตัวหนึ่งเจาะจงมา

กัดตรงขาด้วนของบุญมาคนเดียว
กัดแล้วก็หนีไป

บุญมาสะดุ้งตื่นด้วยความเจ็บปวดคนที่นอนอยู่ด้วยกันตกใจกับเสียงร้องพากันตื่นหมด

แผลที่หนูกัดไม่กว้างไม่ลึกนักมีเลือดซึมออกมาแต่ทุกคนพากันตกใจที่อยู่ดีๆ

ทำไมจึงมีหนูมากัดคนนอนหลับเพราะหนูจะกัดกินก็เฉพาะศพเท่านั้น

ไม่กัดกินคนเป็นๆบุญมาขวัญเสียถูกเคราะห์กรรมซ้ำเติมจนคิดว่าตนคงจะต้องตายในไม่ช้า

มันทารุ ณจิตใจมากไม่นานต่อมาเกิดอาการเจ็บคันบริเวณแผลเก่าที่มือที่เท้าอีก

บุญมารีบมาหาหมอที่โรงพยาบาลโดยเร็ว

ผลการฉายเอกซเรย์ปรากฏว่าเชื้อมะเร็งกินลึกเข้าไปมาก
หมอจำเป็นต้องจัดการตัดแขนขาทั้งท่อนของบุญมาทิ้งไป


หมอน้องชายซึ่งเป็นเจ้าของคนไข้แปลกใจในชะตากรรมของบุญมานัก

จึงสอบถามประวัติอย่างละเอียดอีกครั้งไว้และได้ความว่า



บุญมาชายอายุยี่สิบสามปี
อาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างก่อสร้าง
ชอบดื่มเหล้าเป็นประจำชอบแกล้มเหล้าด้วยปลาน้ำจืด
โดยเฉพาะชอบกินเต่ากินตะพาบ

บุญมาเคยได้ยินมาว่าใครกินตะพาบน้ำได้สิบถึงยี่สิบตัวแล้

ตลอดชีวิตจะไม่เป็นโรคไขข้ออักเสบอีกทั้งยังช่วยบำรุงไต


บุญมาจึงเพียรหาตะพาบน้ำมาผัดเผ็ดแกล้มเหล้าขาว

บุญมากินตะพาบน้ำมาแล้วเกือบยี่สิบปี นับไม่ได้แล้วว่ากินเข้าไป

ได้กี่ตัว วันหนึ่งบุญมาซื้อตะพาบน้ำตัวใหญ่จากตลาดมา

ตะพาบน้ำตัวนี้น้ำหนักตั้งสิบกว่ากิโลกรัมเขาดีใจมาก
ตัวใหญ่ขนาดนี้ฆ่ากินทีเดียวไม่หมดจะต้องค่อยๆกิน ที่บ้านไม่มีตู้เย็นให้แช่เก็บได้จึงต้องกินผ่อนทีละน้อย ตะพาบน้ำเป็นสัตว์อายุยืนอดทนไม่ตายง่ายๆ ไม่ว่าจะถูกกักขังอยู่ในสภาพใดก็อดทนมีชีวิตอยู่ได้เป็นปี

บุญมาเห็นแก่กินไม่นึกถึงว่าตะพาบจะต้องทนทุกข์ทรมานนานเพียงไร
ต้องเจ็บปวดแสนสาหัสครั้งแล้วครั้งอีก

เขาตัดเฉือนเนื้อตะพาบส่วนต่างๆ ตามความพอใจมาปรุงอาหารทีละชิ้นๆ
บาดแผลรอบตัวตะพาบเขาทาด้วยปูนแดงที่กินกับหมากเพื่อไม่ให้เนื้อตัวตะพาบเน่า ตะพาบตัวนั้นต้องทนทุกข์ทรมานอยู่นานกว่าครึ่งเดือน

จากนั้นบุญมาจึงประหารเอามากินเป็นมื้อสุดท้าย
บุญมาพอใจกับวิธีที่จะได้กินเนื้อตะพาบสดๆ ทุกวันอย่างนี้เรื่อยมา


ผลสรุปประวัติผู้ป่วยที่โรงพยาบาลบันทึกไว้ในตอนท้ายมีอยู่ประโยคหนึ่งว่า
…..

เป็นประวัติที่แสดงให้เห็นกรรมตามสนองอย่างไม่น่าเชื่อที่ไม่มีข้อสรุปชัดเจน
ในทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ปัจจุบัน


ปล.คุณควรตระหนักถึงการกระทำที่คุณได้ทำอยู่ในทุกวันนี้

ถึงผลดีและผลร้ายที่คุณได้กระทำลงไป มันจะส่งผลกลับมาหาคุณเอง ที่เรียกกันว่า
' กรรมตามสนอง ' นั้นเอง

ขอขอบคุณหนังสือธรรมะทุกเล่มที่ให้ความรู้แก่ผู้คนทั้งหลายเรื่องดีๆ


ส่งต่อจักได้บุญ








หมาขี้เรื้อน.. เปลี่ยนใจคน


.....ทำไมถึงทำให้คน ใจร้าย เปลี่ยนแปลงตัวเอง.....เพราะอะไร??

เรื่องมีอยู่ว่า พี่ชิตแกเป็นคนชอบยิงนกตกปลาไปเรื่อย แต่ที่หนักก็คงเป็นเนื้อหมา แกกินแหลกครับ แม่แกบอกมันบาปนะลูก (ไม่สนโว้ย)

เมื่อ ราว 15 ปีก่อน มีเหตุการณ์ที่ทำให้แกเปลี่ยนไป ครั้งนั้นมีหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งครับมันมักวิ่งไปหาของกินแถวๆบ้านแกบ่อย เพราะบ้านแกติดตลาด พี่แกกินหมาอยู่บ่อยๆแต่ กรณีหมาขี้เรื้อนแกบอก "xxxกินไม่ลงว่ะ"

แกทำอย่างเดียวคือไล่ฆ่า แต่มันรอดได้ทุกครั้ง (สงสัยมีของ) มันไปหาของกินทีบางทีก็ได้บางทีก็ไม่ได้

คราวนั้นเนื้อแห้งที่แกตากไว้หายไป พอมองไปก็เห็นแม่หมาขี้เรื้อนวิ่งหลุนๆไป แกเดือดทันทีครับวิ่งตามไป
คราวนี้ทันครับเพราะหมาขี้เรื้อนวิ่งช้ามาก

แกทุบไปทีเดียวหมานั่นล้มลงชักทันที (แกบอกว่าหากตีตรงจุดแค่ไม้บรรทัดก็ตาย)
แกทิ้งไว้ตรงนั้นไม่อยากจับแต่จะทำกินตรงนั้น จึงกลับบ้านไปเตรียมของ
(แค้นจัดอยากกินหมาขี้เรื้อน) ให้ผมเฝ้าไว้

ผม ก็มัวแต่เก็บตะขบจนลืมดู (ในใจอยากให้มันรีบไปจะได้ไม่ตาย) มันไปจริงครับหายวับไป พี่ชิตแกโกรธมากคงอยากเตะผมเต็มแก่ แต่ลุงผม แกเป็นนักเลงใหญ่และเป็นคนสอนวิธีฆ่าหมาให้

ก็ต้องวิ่งตามอย่างเดียวพร้อมบ่"ทำไมมันไม่ตายวะ"


พักหนึ่งก็ได้ยินเสียงหมาเห่า
แกตามทันทีพอไปถึง ภาพที่เห็น ..............................................


หมา ขี้เรื้อนกำลังจะตายมันมีลูกที่ต้องเลี้ยง 5 ตัวครับ วัยกำลังหย่านมบางตัวยังกินนมอยู่ บางตัวก็วิ่งไปคาบเนื้อที่แม่หมาขี้เรื้อนคาบไปฝาก (เห็นกับตา) ที่มันยังไม่ยอมตายเพราะต้องกลับไปให้นมลูก แม้น้ำนมแห้งกรัง เอาอาหารไปให้ลูกมัน เรียกลูกๆเพื่อให้นม ให้อาหาร เป็นครั้งสุดท้าย แม่หมาพยายามอย่างดีที่สุด

มันมองผมกับพี่ชิตอย่างขอร้อง ขอให้มันให้นมลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตาย


ไม่อยากเชื่อนั่นคือน้ำตาของหมาขี้เรื้อน มันแค่ต้องการให้นมลูกก่อนตาย

พี่ชิตไม้หล่นลงกับพื้น เดินเข้าไปดูแม่หมานั่น ในยามนั้นสิ่งที่แกเห็นไม่ใช่หมาขี้เรื้อน

แต่แกเห็นแม่ที่ยิ่งใหญ่ที่ทนเจ็บกลับไปหาลูก
แกไม่พูดอะไรทุกอย่างจุกอยู่ที่ลำคอสายตาอ่อนโยนลง

ลูกหมาตัวหนึ่งวิ่งไปหาแกกระดิกหางให้ แกอุ้มลูกหมาขึ้นพร้อมพูดว่า "ขอโทษ" พูดได้แค่นั้นแม่หมาก็ตาย เราช่วยกันฝังแม่หมา

แกรับเลี้ยงหมานั่นไว้ ทั้ง5ตัวตั้งแต่นั้นแกกลายเป็นคนใจดีไม่ไล่ยิงนกยิงหมายิงแมวอีกแกบอก "มันอาจมีลูกรออยู่ก็ใด้"

เมื่อ 12 สิงหา 2 ปีที่แล้ว แกเอามะลิร้อยเป็นพวงไปให้แม่ทั้งๆที่ไม่เคยทำ

พูดกับแม่ว่า "แม่ตอนผมอายุ16 แม่สอนผมยังไงนะสอนอีกหนใด้ไหมครับ"

แม่แกน้ำตาคลอพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อแม่หมาขี้เรื้อนตายไป1ตัว
กลับทำให้คนใจร้ายอย่างแกเปลี่ยนไปขนาดนี้


รักแม่ . . .

ไขมันในเลือดสูง High Cholesterol


ไขมันในเลือดสูง
ไขมันในเลือดสูง

ปัจจัยเสี่ยงข้อต่อไป คือ ภาวะไขมันคลอเลสเตอรอลในเลือดสูงรวมทั้ง HDL ในเลือดต่ำ

อะไรคือ คลอเลสเตอรอล ? อะไรคือ HDL ? อะไรคือไขมันอิ่มตัว ไม่อิ่มตัว ทุกวันนี้ไม่รู้ไม่ทราบก็จะไม่ทันสมัยถ้าจะไม่ได้แล้ว เพราะมีความเกี่ยวข้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอย่างใกล้ชิด

คลอเลสเตอรอล เป็นชื่อเรียกสารประกอบไขมันชนิดหนึ่งซึ่งสังเคราะห์จากตับของสิ่งมีชีวิต (มนุษย์ หรือสัตว์เท่านั้น) คงไม่ผิดถ้าน้ำมันพืชชนิดหนึ่งจะโฆษณาว่า ไม่มีคลอเลสเตอรอล เพราะในพืชไม่มีคลอเลสเตอรอล นั่นเอง

สำหรับคนเรา ที่มาของคลอเลสเตอรอลในเลือดจึงอาจมาได้ 2 ทางคือ การสังเคราะห์ขึ้นเองจากตับและรับเข้าไปจากการบริโภคอาหารที่มีคลอเรสเตอรอลสูง ก็คือ ผลิตภัณฑ์ประเภทเนื้อสัตว์ต่างๆ ยกเว้น ปลา รวมทั้งผลิตภัณฑ์จากนมและไข่แดง ถ้าอยากให้คลอเลสเตอรอลในเลือดลด แค่ลดอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลสูงก็เท่านั้นเอง

บางคนอ่านแล้วก็บอกว่า ฟังดูง่ายแต่ทำ(ใจ)ยาก โดยเฉพาะบุคคลประเภทที่นิยมภาษิตที่ว่าอย่าปล่อยให้ขาหมูลอยนวลของสุดอร่อย แค่คิดต่อมน้ำลายก็เริ่มทำงานแล้ว ที่มักจะเลี่ยงไปว่าเอาเถอะน่า นาน ๆ ทีหรือ ถ้าหนังมีมันมาก ก็ลอกหนังออกทานแต่เนื้อแดงก็แล้วกันแต่หารู้ไม่ว่าในเนื้อแดงนั้นมีไขมันแทรกอยู่ถึง 30-40% ทีเดียว
ถึงตรงนี้ถ้าใครที่อดไม่ได้จริง ๆ ก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะอย่างที่ตกลงกันตั้งแต่แรก คือ ทางสายกลางหรือความพอดี กินกันให้พอดีพอประมาณอย่างมีสติ จะได้ไม่เกิดโทษภัยจากการกิน (โอฐภัย) อดไม่ได้ทนไม่ได้ก็ไม่ว่ากัน


กินไข่ดีหรือไม่ดี?

เรื่องของไข่ก็เช่นเดียวกัน เป็นอาหารจานเด็ดทรงคุณค่าทางโภชนาการอย่างยิ่ง โดยเฉพาะไข่เจียวร้อน ๆ กับข้าวสวย เหยาะพริกน้ำปลาแถมหอมซอยนิดหน่อย อร่อยอย่าบอกใครเชียว

มีการศึกษาทีในอเมริกาให้อาสาสมัครที่ปกติ 2,000 คน ซึ่งไม่มีภาวะไขมันในเลือดสูง ทานไข่ไก่ 2 ฟอง ต่อวันติดต่อ เป็นเวลา 2 อาทิตย์ แล้วลองเจาะเลือดซ้ำ พบว่าระดับไขมันในเลือดก่อนและหลัง 1 เดือน ไม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คงเป็นข่าวที่ดีสำหรับสมาคมผู้เลี้ยงไก่ แต่ช้าก่อน... ถ้าหากคุณมีภาวะไขมันในเลือดสูงอยู่แล้ว จะต้องระมัดระวัง เพราะไข่แดงนั้นมีคลอเลสเตอรอลสูงถึง 210 มก./ฟอง เลยทีเดียวและทางการแพทย์แนะว่าคนที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดไม่ควรทา
คลอเลสเตอรอลเกินกว่าวันละ 200 มก. และที่ยิ่งไปกว่านั้น หากให้อาสาสมัครดังกล่าว ทานไข่ ร่วมกับไขมันอิ่มตัว เช่น ไส้กรอก หรือ เบคอน ด้วยแล้ว จะทำให้ระดับของ คลอเลสเตอรอล เพิ่มขึ้นอย่างมาก

กล่าวถึงคลอเลสเตอรอลและอาหารต่าง ๆ มาเสียยืดยาว เดี๋ยวผู้อ่านจะคิดไปว่าได้เจ้าสารตัวนี้จะเป็นแต่วายร้ายที่คอยไปอุดตันตามหลอดเลือด จนก่อปัญหาหลอดเลือดอุดตัน

อันที่จริงคลอเลสเตอรอลก็เป็นสารที่ร่างกายจำเป็นต้องมีไว้ (ในปริมาณที่เหมาะสม) เพราะเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ที่จะนำไป สร้างเยื่อบุผนังเซลล์ สร้างเป็นฮอร์โมนชนิดต่าง ๆ และที่สำคัญคือ ไป สร้างเป็นน้ำดีไว้ย่อยไขมันในลำไส้ ฟังแล้วแปลกดี ไขมันเอาไปย่อยไขมัน น้ำดีที่ออกมาในลำไส้นี้ก็จะดูดซึมกลับไปยังตับอีก วนเวียนเช่นนี้ นักวิทยาศาสตร์หัวใสเมื่อทราบดังนี้ก็ได้คิดผลิตยาชนิดหนึ่งซึ่งคอยจับกับน้ำดีในลำไส้ ชื่อว่า Choletyramine ให้น้ำดีถูกขับออกมาอย่างเดียวไม่ย้อนกลับไปยังตับ คลอเลสเตอรอลก็จะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำดีมากขึ้น ๆ ระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดก็ลดลงได้ แต่ที่เด็ดไปกว่านั้น เมื่อเราทราบแล้วว่าคลอเลสเตอรอลสร้างจากตับ ก็อาศัยยาที่ไปยับยั้งการสร้างคลอเลสเตอรอลจากตับเสียเลย เราเรียกยากลุ่มนี้ว่า Statin ซึ่งเรื่องราคาค่อนข้างแพง ราคาเม็ดหนึ่งประมาณ 20-50 บาท จะทำอย่างไรได้ให้คุมอาหารก็ไม่ไหว ให้ออกกำลังก็ไม่เอา ก็คงต้องเสียเงินซื้อยาไปตามระเบียบ

มีรายงานทางการแพทย์ พบว่าผู้ที่มีระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดต่ำ มีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้า (Depression) และมีโอกาสฆ่าตัวตายสูงกว่าปกติ ! อ่านแล้วก็อย่าเพิ่งตกใจเลิกคุมอาหาร เลิกทานยา เพราะคนที่ซึมเศร้าอยากฆ่าตัวตายคงไม่ค่อยมีกระจิตกระใจจะทานอาหารเลยทำให้ระดับไขมันต่ำ ส่วนเราเป็นพวกอารมณ์ดีมีใจเบิกบาน ก็เลยมีไขมันสูงเป็นธรรมดา


อะไรคือ ไขมันร้าย ไขมันดี ไตรกลีเซอไรด์

พูดถึงคลอเลสเตอรอลกันให้ละเอียดลึกซึ้ง นอกจากจะมีทั้งประโยชน์และโทษดังกล่าวแล้ว แต่ถ้าพูดให้ชัดลงไปว่า แล้วเจ้าตัวที่เป็นผู้ร้ายจริง ๆ คือตัวไหนกันแน่ เปรียบเหมือนพูดถึงรถยนต์บนท้องถนนทั้งหมด คือคลอเลสเตอรอลรวม ก็มีรถที่คอยปล่อยควันดำ ทิ้งขยะ น้ำมันเครื่องลงท้องถนน ซึ่งถูกเรียกว่า ไขมันร้าย (Bad cholesterol) มีลักษณะโครงสร้างที่ใหญ่และมีความหนาแน่นต่ำ จึงเรียกเป็นศัพท์การแพทย์ว่า Low density lipoprotein ย่อว่า LDL-Cholesterol (LDL-C)
LDL-C นี้เอง คือผู้ร้ายตัวจริง ยิ่งมีมากก็ยิ่งก่อปัญหาหลอดเลือดอุดตัน ในทางกลับกันคลอเลสเตอรอลอีกประเภทหนึ่งซึ่งมีความหนาแน่นสูง เรียกว่า High density lipoprotein (HDL) เป็นพระเอกของร่างกายเรา หรือ ไขมันดี (good cholesterol) เปรียบเหมือนรถขนขยะของกทม. คอยเก็บของเสียหรือไขมันส่วนเกินจากผนังหลอดเลือดกลับคืนสู่กระแสเลือด และนำไปยังโรงงานแปรรูปกำจัดขยะ คือ ตับ เพื่อเปลี่ยนสภาพจากไขมันคลอเลสเตอรอล ให้กลายเป็นน้ำดีเพื่อใช้ย่อยไขมันต่อไป
ทีนี้ทำอย่างไร เราจึงจะทราบตัวเรานี้มีระดับ LDL และ HDL สูงมากน้อยเท่าไร ก็ต้องหยิบกระดาษ ดินสอ มาบวกลบเลขกันสักเล็กน้อย

โดยปกติการเจาะเลือดนั้น จะสามารถทราบระดับของคลอเลสเตอรอลรวม (Total cholesterol) ไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) ซึ่งเป็นไขมันอีกชนิดหนึ่งและ HDL ได้และนำมาคำนวณโดยอาศัยสูตรดังนี้ คือ

LDL –C = Total cholesterol – (Triglyceride/5)-HDL
ค่าปกติของ LDL ไม่ควรเกิน 160 มก.% ในคนปกติ และไม่เกิน 130 มก.% ในผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ส่วน HDL ที่ดีควรมีค่าเกินกว่า 45 มก.%
ถ้าต้องการจะลดระดับ LDL-C ในเลือดนอกจากลดการบริโภคอาหารที่มีคลอเลสเตอรอลดังว่ามาแล้ว พบว่าการลดอาหารที่มีระดับกรดไขมันอิ่มตัวสูงจะมีส่วนลดระดับ LDL ได้ด้วย ซึ่งเจ้าไขมันที่อิ่มตัวที่ว่านี้นอกจากจะพบในไขมันสัตว์แล้ว ในน้ำมันพืชบางประเภท เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว กะทิ จะมีไขมันประเภทนี้สูง ที่น่าวิตกก็คือ ผลิตภัณฑ์อาหารส่วนใหญ่ที่เราและลูกหลานของเรากำลังบริโภคกันอยู่อย่างเอร็ดอร่อย ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด มันทอด แมคโดนัลด์ KFC อาหารจานด่วน ต่างก็ประกอบจากน้ำมันที่ว่านี้ทั้งนั้น เพราะราคาถูกแถมไม่ค่อยเหม็นหืนเสียอีกด้วย มีการศึกษาที่พบว่าระดับ LDL-C ของคนในภูมิภาคเอเชีย กำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าวิตก หลังจากร้านอาหารข้ามชาติผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด และเป็นที่นิยมชื่นชอบของวัยรุ่นและคนทำงานทั่วไป จนกลายเป็นวัฒนธรรมการบริโภคของคนยุคใหม่ไปแล้ว จึงไม่น่าแปลกใจว่าโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตันยิ่งเป็นกันมากขึ้น และยิ่งพบในคนอายุน้อยลงกว่าเมื่อสมัยก่อน


จะเลือกใช้น้ำมันอะไรดี

ถ้าคุณเลือกได้ ควรเลือกอาหารที่ปรุงจากไขมันชนิดที่ไม่อิ่มตัว ประเภทที่มีขายกันอยู่ทั่วไปและราคาไม่แพงมาก เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด ทานตะวัน น้ำมันงา ประเภทนี้เรียกว่าไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน อีกประเภทที่จะเรียกว่าดีที่สุดก็คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดียวซึ่งพบมากใน น้ำมันมะกอก (ไม่ใช่ที่เอาไว้ทาตัวหรือใส่ผม) ซึ่งเป็นน้ำมันที่ต้องนำเข้า มักมีที่มาจากยุโรป และอเมริกา สนนราคาช่วงนี้คงจะแพงพอสมควร ก็อาจจะใช้เป็นน้ำมันถั่วเหลืองทานตะวัน ฯลฯ ที่มีขายกันอยู่ทั่วไปพวกนั้นจะเหมาะสมกว่า สามารถช่วยลดระดับ ไขมันร้าย LDL ลงได้ประมาณ 12%

มีผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าน่าจะได้ประโยชน์กับคนที่อยากทานเนยแต่กลัวไขมันสูง เลยทานเป็นรูป เนยเทียมหรือมาการีนแทน ปรากฏว่ามีสารประเภทหนึ่งที่เรียกว่า Trans fatty acid ซึ่งเกิดจากกระบวนการแปรรูปไขมั ที่ต้องอาศัยความร้อนสูงมาก และมีการเติมอะตอมของ ไฮโดรเจนเข้าไป (Hydrogenation) ทำให้จุดเดือดของไขมันสูงขึ้น และสามารถจับเป็นก้อนที่อุณหภูมิห้อง ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นอกจากเนยเทียม ยังพบในครีม ขนมกรอบ เวเฟอร์ เมื่อบริโภคเข้าไปจะทำให้ผลในการลด LDL เหลือเพียง 5% แต่ที่สำคัญคืออาจลดระดับของ HDL ซึ่งเป็นไขมันดีลงไปได้ด้วย

คราวนี้ต้องถึงคราวพระเอก HDL ของเราบ้าง ทำอย่างไรเล่าจึงจะทำให้ HDL มีระดับเพิ่มขึ้น คงไม่มีปัญหาในคนที่มีระดับสูงอยู่แล้ว แต่ในคนที่ระดับต่ำ (น้อยกว่า 35 มก.%) จะทำอย่างไรกันดี

วิธีการที่จะช่วยเพื่ม HDL ก่อนที่จะต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับยา ดังต่อไปนี้

- หมั่นอออกกำลัง แบบแอโรบิค 30-40 นาทีอย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 วัน
- หยุดสูบบุหรี่ เพราะสารในบุหรี่ลดระดับ HDL
- บางารายงาน เครื่องดื่มประเภทไวน์วันหนึ่งไม่เกิน 1 แก้ว จะสามารถเพิ่มระดับ HDL ได้ ซึ่งก็ต้องเป็นไวน์แดง แต่ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัด และแพทย์ส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะแนะนำให้ผู้ป่วยหันมาดื่มแอลกอฮอล์ เพราะส่วนมากมักจะเลยเถิด (เกิน 1 แก้ว) พลอยเป็นโรคตับแข็ง โรคความดันสูง ต่อไปอีก

มีข้อมูล จากวารสาร Circuiation พบว่าการบริโภคน้ำองุ่นแดงวันละประมาณ 600 ซีซี ก็สามารถให้ผลที่น่าพอใจ แม้จะมากไปหน่อย ก็เทียบได้กับการดื่มไวน์เหมือนกัน ซึ่งเรื่องนี้อันที่จริงมันไปเกี่ยวข้องกับสารประเภทหนึ่ง คือ Flavonoids ซึ่งพบมากในผิวขององุ่นแดง สารตัวนี้จะทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ซึ่งจะคอยป้องกันไม่ให้โมเลกุลของ LDL เข้าไปทำอันตรายต่อเยื่อบุชั้นในของหลอดเลือด ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดหลอดเลือดแข็งตัวได้


บทความโดย
น.พ.วรงค์ ลาภานันต์
กองอายุรกรรม โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช
แพทย์ที่ปรึกษาศูนย์หัวใจ รพ.วิภาวดี

"ไม่อยากให้ไฟไหม้บ้าน..ต้องอ่าน"


ไม่อยากไฟไหม้บ้านต้องอ่าน!!!!!

ผมเป็นคนชอบไฟฉายมากๆ และตามท้องตลาดเดี๋ยวนี้ก็มีไฟฉายที่ผลิตมาจากจีนมากมาย โดยเฉพาะชนิดที่ชาร์ทแบตเตอรี่กับไฟบ้านได้นั่นแหละผมชอบซื้อมาใช้จริงๆ ราคาก็ประมาณกระบอกละ 100-150 บาท
เช้าวันนั้นประมาณกลางเดือนตุลาคม 2552 นี้ที่ผ่านมา ผมตื่นขึ้นมาก็เอาไฟฉายไปเสียบชาร์ทแบตกับปลั๊กแล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำ ทำธุระส่วนตัวแล้วก็กินกาแฟ สักพักก็ได้กลิ่นไหม้โชยมาพร้อมกับเขม่าสีดำ ในใจก็นึกไปว่า...คงเป็นการเผาขยะจากข้างบ้านเพราะเค้ามักจะเผาอยู่บ่อยๆ แต่ก็ยิ่งแปลกใจเพราะว่าทำไม่มันกลิ่นแรงและมีเขม่าเข้ามามากอย่างนี้ และดูเหมือนเขม่าจะออกมาจากจุดที่ผมชาร์ไฟฉายเอาไว้ ผมเลยรีบเดินมาดูตรงจุดที่ชาร์ทไฟฉายเอาไว้ ...ปรากฏว่าเปลวไฟกำลังลุกติดปลั๊ก ลามมาติดลิ้นชักพลาสติกอย่างน่ากลัว ตอนนั้นรู้สึกตกใจมากแต่ก็พยายามคุมสติ แล้วก็รีบวิ่งไปเอาหม้อที่แขวนไว้ตักน้ำจากถังมาดับได้ทันที
หากผมเห็นช้ากว่านี้แค่ไม่กี่นาที ป่านนี้ผมคงไม่มีบ้านอยู่แล้ว เพราะจุดที่ผมชาร์ทไฟฉายมีทั้งลิ้นชักพลาสติก หนังสือ กระดาษต่างๆและเสื้อผ้าที่ล้วนแต่เป็นเชื้อไฟอย่างดี
ผมจึงอยากขอเตือนเพื่อนๆทุกคนที่ซื้อสินค้าจากจีน ชนิดที่ชาร์ทแบตเตอี่กับไฟบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็น ไฟฉาย.ไม้ตียุง.โคมไฟหรือแม้กระทั่งแบตฯมือถือ ของพวกนี้มีอันตรายอย่างคาดไม่ถึง อาจทำให้ไฟไหม้บ้านง่ายๆ ทางที่ดีอย่าไปซื้อมาใช้เลย หรือถ้าใครซื้อมาใช้แล้วถ้าจะชาร์ทไฟก็ขอให้นำมาชาร์ทตรงที่โล่ง ไม่มีสิ่งใดติดไปได้ และที่พลาดไม่ได้คือ......ต้องนั่งเฝ้า อย่าให้คลาดสายตาในขณะที่เสียบชาร์ทไฟ แบตฯพวกนี้ชาร์ทประมาณ30นาทีก็เต็มแล้วเพราะเป็นแบตฯคุณภาพต่ำมากๆ
ช่วยfowordเมล์นี้ไปบอกเตือนเพื่อนๆให้ได้มากที่สุดนะครับ อย่างน้อยก็เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟไหม้บ้านเพื่อนๆและยังได้บุญกุศลด้วยครับ
ขอบคุณครับ
IMG_5847

รูปที่1 ซากไฟฉายชนิดชาร์ทไฟบ้านจากจีนระเบิดไฟลุกไหม้ติดปลั๊กไปด้วย

IMG_5848

รูปที่2 ให้ดูอีกมุมหนึ่งของไฟฉายมฤตย
IMG_5839

รูปที่3 นี่คือลิ้นชักพลาสติกที่อยู่ติดกับปลั๊ก ลุกติดไฟอย่างรวดเร็ว

อันตรายจากไมโครเว็ฟ มาแรงๆๆ


เป็นประเด็นถกเถียงกันในครอบครัวเลยตัดสินใจหาข้อมูลในเวปและแล้วก็เจอ โอ้โอ จะเป็นเช่นไรถ้ายังตัดใจที่จะเลิกใช้ยังไม่ได้เพราะความรวดเร็ว หรือความมักง่ายก็ไม่ทราบ แต่จะใช้ให้น้อยลงหรือเอะจะเลิกใช้มันไปเลยดีหนอ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้โดนเสียงฝ่ายค้านสองต่อหนึ่งเสียงแล้ว สรุปแพ้ค่ะ คงต้องเลิกแต่ยังเสียดายไม่หาย ความรวดเร็วและความมักง่ายหนอ....=_= !


ภาพข้างล่างเอามาจากเวป arunsawat.com เห็นแล้วตกใจนิิดหน่อย เป็นกาีรทดลองโดยการเปรียบเทียบการอุ่นน้ำจากไมโครเวฟและการอุ่นน้ำจากกาน้ำทั่วไป







เกิดอะไรขึ้น เก้าวันเท่านั้น โอ้ย แล้วเราละเต็มๆ เลยสะสมไปวันละนิดๆ

เค้าว่ากันว่าอันตรายนี้้สะสมรวดเร็วพอๆกับยาพิษ เหมือนตายผ่อนส่ง มันจะทำให้การย่อยเราไม่ได้การดูดซึมอาหารเราไม่ดีด้วยเท่ากับกินของเสียและมีของเสียคงอยู่ในร่างกายถาวรเหมือนกินยาพิษอิเลคตรอนและโปรตรอนที่อยู่ในอาหารที่ถูกปรุงด้วยไมโครเวฟมันถูกเปลี่ยนรูปไปทำให้อาหารคือสารพิษผลคือ ถ่ายไม่คล่อง เป็นมะเร็งเต้านม ลำคอลำไส้และอวัยวะภายในการสืบพันธุ์



ผลจากอาหารไมโครเวฟทำให้ผู้ชายเป็นหมัน แล้วมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ ส่วนผู้หญิงจะเป็นมะเร็งที่มดลูก ลูกออกมามักไม่สมบูรณ์ ตอนนี้ยังไม่พบข่าวการแพทย์ในไทยผลทางร่างกาย หงุดหงิด สมองเสื่อมไว เมตาบอริซึมผิดปกติ ไมเกนเป็นง่าย


บนฉลากขวดนมสำหรับเลี้ยงทารก ก็มีการระบุอย่างชัดเจนว่าห้ามใช้เตาไมโครเวฟต้มน้ำให้เดือดเนื่องจากคลื่นไมโครเวฟจะไปทำลายสารอาหารที่มี ประโยชน์ทั้งหมด

ผลร้ายที่เกิดเนื่องจากไมโครเวฟนี้ มีรายงานมากมายที่ทำในประเทศรัสเซีย เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์แต่มีน้อยมากในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากการวิจัยในสหรัฐส่วนใหญ่ จะต้องเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางการค้า มิฉะนั้น จะไม่ค่อยมีคนทำตาม

ในรายงานในรัสเซีย เยอรมนี และสวิส พบว่าคลื่นไมโครเวฟ จะทำให้คลื่นสมอง ลดลง สมองเสื่อม ทำให้คลื่นสมองมีความยาวคลื่นสั้นลง ในไมโครเวฟนอกจากจะ เป็นสารก่อมะเร็งแล้ว ยังเป็นสารตกค้างที่ร่างกายขจัดไม่ได้ คลื่นในระยะยาวจะทำให้ฮอร์โมนเพศลดลง และเปลี่ยนแปลงทำลายเกลือแร่ต่างๆ ในผัก เปลี่ยนเป็นอนุมูลอิสระที่เป็นโทษต่อร่างกาย ยังมีคลื่นอื่นๆ อีกหลายตัวในไมโครเวฟ ที่ล้วนทำให้สารบำรุงในอาหารเปลี่ยนไป และแปรสภาพเป็นสารก่อมะเร็งข้อมูลจากหนังสือซานเปิ่น (ศาสตราจารย์ด้านโภชนาการ มหาวิทยาลัยสิงคโปร์)


ดร.ฮานส์ อุลริช เฮอร์เทล (HansUlrich Hertel) นักวิทยาศาสตร์เคยทำงานของมหาวิทยาลัยโลวาน ศึกษาผลกระทบด้านโภชนาการของอาหารไมโครเวฟที่มีต่อเลือดและร่างกายของมนุษย์ โดยให้อาสาสมัคร 8 คนกินนมและผักที่เตรียมวิธีต่างกัน คือ นมสด , นมชนิดเดียวกันแต่ต้มด้วยวิธีดังเดิม,นมพาสเจอไรซ์,นมสดที่ผ่านการต้มด้วยไมโครเวฟ,ผักสดจากฟาร์มอินทรีย์,ผักชนิดเดียวกันแต่ต้มด้วยวิธีดังเดิม,ผักชนิดเดียวกันแต่แช่แข็งและละลายในไมโครเวฟ และผักชนิดเดียวกันแต่หุงต้มในไมโครเวฟ มีการเก็บตัวอย่างเลือดก่อนกินขณะท้องว่าง และหลังกิน

ผลการทดลองปรากฏว่า พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในเลือดของผู้กินอาหารที่ผ่านการหุงต้มด้วยไมโครเวฟ เช่น เฮโมโกลบินลดลง โคเลสเทอเลลเทอรอลชนิดดีลดลง เซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น ซึ่งการที่เซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้น ในเชิงโลหิตวิทยาถือเป็นสัญญาณอันตราย กล่าวคือมีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย ่างกายจึงต้องผลิตเม็ดเลือดขาวขึ้นมาเพื่อจัดการกับความผิดปกติเหล่านั้น

ราวกับทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงอุตสาหกรรมเตาไมโครเวฟ ภายหลังตีพิมพ์ผลงานไม่นาน สมาคมผู้ค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนและอุตสาหกรรมแห่งสวิตเซอร์แลนด์ที่รู้จักในชื่อ FEA ก็อาศัยอำนาจศาลสั่งให้ ดร. เฮอร์เทล ยุติการเผยแพร่ข้อมูล ต่อมาในปี 2536 ศาลสวิตเซอร์แลนด์ได้พิพากษาว่า ดร. เฮอร์เทลทำลายการค้า พร้อมสั่งปรับและห้ามไม่ให้ตีพิมพ์ผลการวิจัยอีกต่อไป ทว่าในอีก 5 ปีต่อมา ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรปที่ออสเตรเรียได้พิพากษาว่า การสั่งห้ามไม่ให้ ดร.เฮอร์เทลพูดถึงอันตรายของเตาไมโครเวฟที่มีต่อสุขภาพของมนุษย์ เป็นการระเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ทั้งนี้ได้สั่งศาลสวิตเซอร์แลนด์จ่ายค่าชดเชยให้ ดร.เฮอร์เทลด้ว (ที่มาจากเวป rmutphysics โดยคุณ ภัสน์วจี ศรีสุวรรณ์)


ข้อมูลเยอะไปหน่อยนะค่ะ ก็แค่อยากแบ่งปันเนื้อหาสาระให้ทุกคนได้อ่านและศึกษากัน กลัวไหมงะ ถ้าไม่กลัวก็จงใช้กันต่อไป นะ ... จะทำไงได้ละก็ในปัจจุบันชีวิตคนเราต้องกาีรความรวดเร็ว รีบด่วน มันก็ยากที่จะเลี่ยง แต่ถ้าไม่รีบร้อนอะไรก็ใช้วิธีอุ่นอาหารแบบที่บรรพบุรุษเราทำดีกว่านะค่ะ (ไม่ต้องถึงขั้นก่อฝืนก่อไฟก็ได้นะค่ะ )

The end.

วันนี้คุณเตรียมตัวตายหรือยัง โดยนพ.วิวัฒน์ วิริยกิจจา

วันนี้คุณเตรียมตัวตายหรือยัง โดยนพ.วิวัฒน์ วิริยกิจจา
ผมไปงานศพของนายตำรวจยศพันตำรวจเอกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นสามีของญาติผม เขาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ขับรถเก๋งประสานงากับรถปิ๊กอัพ ทำให้คนขับเสียชีวิตทั้งคู่
ผมเชื่อว่านายตำรวจท่านนี้คงเป็นห่วงลูกเล็กๆ สองคนภรรยาสาวสวย และการงานที่กำลังจะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายพล
ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับญาติสาว ภรรยาของผู้เสียชีวิต จึงมอบความรู้เพื่อให้เธอก้าวข้ามห้วงแห่งความทุกข์ เพราะเป็นผู้หญิงคนเดียวแต่ต้องเลี้ยงลูกเล็กๆ สองคนในภาวะสังคมแบบนี้ ต้องยอมรับว่าลำบากมาก ผมให้แนวทางแก้ปัญหาว่า
๑. เข้าใจกฎของธรรมชาติ ทุกคนต้องตาย พรุ่งนี้เราอาจจะไม่มีชีวิตอยู่ ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่เว้นกระทั่งปัญหาและความทุกข์ กาลเวลาจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
๒. อยู่กับปัจจุบันขณะ ถามตัวเองว่า วันนี้ควรทำอะไร แล้วลงมือทำ อย่านึกถึงพรุ่งนี้ เพราะจะยิ่งให้เราเป็นทุกข์
๓. หากัลยาณมิตรมาช่วย คนเราควรมีเพื่อน แต่สำหรับผู้หญิงต้องระวังเรื่องการคบหาโดยเฉพาะเพื่อนต่างเพศ ซึ่งมีโอกาสสร้างปัญหาให้เราได้ง่าย และอย่าลืมคนในครอบครัวที่พร้อมจะให้ความช่วยเหลือเสมอ คือพ่อแม่ ญาติพี่น้อง
๔. ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด ผมบอกญาติว่าใจเย็นๆ ไม่เป็นไร เดี๋ยวทุกสิ่งทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี จำความรู้สึกนี้ไว้ให้ดีๆ แค่หลับตาเผลอแผลบเดี๋ยวก็จะผ่านไปสิบปีแล้ว
๕. หาข้อดีจากข้อเสีย การที่เสียสามีไป ทำให้ได้ข้อคิดอะไรบ้าง
๕.๑ เตือนให้เรารู้ว่าความตายเป็นของแน่นอน วันนี้เราเตรียมตัวตายหรือยัง
๕.๒ ความทุกข์จะบีบคั้นให้พัฒนาตนเอง เพื่อหาหนทางแก้ทุกข์ เมื่อแก้ทุกข์ให้ตัวเองได้แล้ว กรุณาช่วยผู้อื่นด้วย
๕.๓ ได้รู้รสชาติของชีวิต ถ้าไม่รู้จักความทุกข์ จะรู้จักความสุขได้อย่างไร

ผมดูภาพยนตร์เรื่องกำเนิดสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสีตอนที่ท่านฝึกอสุภกรรมฐาน นั่งอยู่กับศพ ๔ ศพ ท่านท่องว่าตายแน่ๆ สักวันหนึ่งเราต้องตายแน่ๆ กลายเป็นผีเหมือนศพ ๔ ศพนี้
๖. เร่งสร้างกุศลกรรม อยู่ในศีลในธรรมให้มากขึ้น แล้วชีวิตจะพบกับความสุขอย่างแน่นอน
๗. หมั่นรักษาจิตใจของตนเองให้ดี ต้องตรวจตราดูใจของตนเองว่าจิตตกหรือไม่ ถ้าจิตตก ต้องรีบหาวิธีจัดการให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว
ทีนี้เรามาดูเรื่องการเตรียมตัวตายกันดีกว่า ซึ่งผมตั้งปณิธานไว้ว่าผมจะตายอย่างมีความสุข เราสามารถทำได้คือ
๑. เตรียมร่างกาย
ในอนาคตเราจะป่วยเป็นโรคอะไร สามารถทราบได้โดยอาศัยหลัก ๕ ประการ คือ
๑.๑ พ่อแม่เป็นโรคอะไร เรามีสิทธิ์เป็นโรคนั้นสูงมาก
๑.๒ เช็คจากผลตรวจสุขภาพ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด
๑.๓ ตรวจพิเศษ เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีที่สามารถตรวจหาโรคจากพันธุกรรมได้ ผมเคยไปตรวจเลือดเพื่อหาพันธุกรรมของโรคสมองเสื่อมปรากฏว่าโชคดีที่ไม่พบ ซึ่งหากใครตรวจพบ จะมีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมมากกว่าคนอื่น ๒๖ เท่า นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีต่างๆ อีกมากมาย
๑.๔ ตรวจจากธาตุเจ้าเรือนตามหลักแพทย์แผนไทย
๑.๕ วิเคราะห์พฤติกรรมต่างๆ เช่น ขับรถเร็ว เมาแล้วขับ ดื่มเหล้า สูบบุหรี่
พอรู้ว่าเราอาจจะป่วยเป็นอะไร มาจากสาเหตุอะไร ก็จัดการกับสาเหตุนั้นๆ เพื่อป้องกันปัญหา เพราะเราไม่จำเป็นต้องเป็นโรคเบาหวานเหมือนพ่อแม่

๒. เตรียมจิตใจ
ต้องนึกว่าเราจะไม่มีวันพรุ่งนี้อีกแล้ว
ผิดพลาดต้องรีบแก้ไข
ผิด = ทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ
พลาด = ไม่ได้ทำในสิ่งที่ควรทำ
ทำอะไรที่ไม่ควรทำไปแล้วก็รีบเลิกเสีย อะไรที่ควรทำแล้วยังไม่ได้ทำรีบทำ เสีย เช่น พาพ่อแม่ไปเที่ยว ไปทำบุญ ไปกินอาหาร ไปหาเพื่อน เป็นการสร้างบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ เพราะพ่อแม่คือพระอรหันต์ในบ้าน ทำบุญกับพระอรหันต์ได้บุญยิ่งใหญ่

๓. เตรียมสังคม
ต้องเตรี ยมจัดการทรัพย์สมบัติ หนี้สิน ภาระหน้าที่ให้คนรอบตัว หากเราตายไปจะได้ไม่เป็นปัญหา ไมเคิล แจ๊คสัน เขาไม่คิดว่าจะต้องตาย เมื่อตายไป ทรัพย์สมบัติจึงกลายเป็นอสรพิษฆ่าลูก เมีย และญาติพี่น้อง ดังนั้นเรามาทำอสรพิษให้กลายเป็นต้นไม้ เพื่อปกป้องและยังความสุขให้วงศ์ตระกูลต่อไปดีกว่า

๔. เตรียมบอกหมอและญาติ ให้ ทราบเจตนาว่า เมื่อเจ็บป่วยใกล้ตาย ขอตายอย่างมีความสุข อย่ายื้อชีวิตให้เกิดความทรมาน ต้องบอกเจตนานี้ให้คนอื่นๆ รอบข้างทราบไว้ด้วย
๕. เตรียมความปรารถนา ยอดความปรารถนาของทุกคนคือ มีชีวิตอย่างแข็งแรง เดินเหินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้จนอายุ ๑๐๕ ปี พอถึงเวลาอันสมควรก็ขอให้นอนหลับแล้วจากไปอย่างสงบ
๖. เตรียมชีวิต การมีชีวิตที่ยืนยาวไม่สำคัญเท่ากับการมีชีวิตเพื่อสร้างคุณค่าคุณประโยชน์ต่อสังคม คุ้มค่ากับการเกิดมาชาติหนึ่ง
มาเตรียมตัวตายกันดีกว่าตายแน่ๆ สักวันหนึ่งเราต้องตายแน่ๆ กลายเป็นผีเหมือนศพ ๔ ศพนี้